หน้าหลัก
คำถาม
คำถามทั่วไป
คำถามเฉพาะ
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้
รหัส
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
เครือข่ายความร่วมมือ
โรงพยาบาลแม่สอด
โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ
โรงพยาบาลพระจอมเกล้า
โรงพยาบาลนครปฐม
โรงพยาบาลบ้านโป่ง
คำถามทั่วไป > หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้ยากันชักได้หรือไม่
1.แนวทางการใช้ยากันชักในหญิงตั้งครรภ์
2. ความปลอดภัยของยากันชักแต่ละตัว ในหญิงตั้งครรภ์เป็นอย่างไร
จุดประสงค์ของการถาม :
         - เพื่อเพิ่มเติมความรู้
ข้อมูลผู้ป่วย :
         เพศ หญิง          อายุ - ปี          น้ำหนัก - กก.          ส่วนสูง - ซม.
ข้อมูลอื่นๆ :
         -
ความรีบด่วน : 0
Keyword : ยากันชักในหญิงตั้งครรภ์, Pregnancy and anticonvulsant d
ผู้ถาม : pharmacist วันที่ถาม : 2014-12-19
คำตอบที่ : 1
1.แนวทางการใช้ยากันชักในหญิงตั้งครรภ์เป็นดังนี้
-          ในกรณีที่ผู้ป่วยตั้งครรภ์ ขณะที่รับประทานยากันชักอยู่ ไม่ควรลดขนาดยากันชักหรือหยุดยากันชัก
เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อมารดาและทารกในครรภ์ที่อาจจะได้รับอันตรายจากการชักสูงกว่าผลเสียจากยากันชักผู้ป่วยทุกรายที่มีการตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ได้12-16 สัปดาห์ ควรได้รับการตรวจคัดกรองภาวะผิดรูป (dysmorphic) ของทารกในครรภ์ด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์
-          กรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการชักติดต่อกันเกิน2 ปี อาจพิจารณาหยุดยากันชักก่อนตั้งครรภ์
-          กรณีที่ผู้ป่วยได้รับยากันชักหลายชนิด อาจพิจารณาลดขนาดและชนิดยาให้เหลือน้อยที่สุดที่ยังสามารถควรคุมอาการชักได้
-          พิจารณาให้วิตามินโฟลิกเสริม ขนาด5 มก. ทุกวันในหญิงวัยเจริญพันธุ์เพื่อป้องกันการเกิด neural tube -   defect
-          ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับยากันชักที่ควรเลือกใช้ในสตรีมีครรภ์ (Carbamazepine, phenytoin Phenobarbital, valproic acid ยังคงถูกจัดเป็น Cat D ตาม US FDA)
-          หลีกเลี่ยงการใช้ valproic acid ร่วมกับ carbamazepine และ Phenobarbital เนื่องจากเป็นสูตรยาที่มีรายงานการเกิดความผิดปกติต่อทารกสูงสุด
-          ให้ Vitamin K1 1 mg IM แก่ทารกแรกเกิดเพื่อป้องกันการเกิด HDN (Hemolytic Disease of the Newborn)
-          ยากันชักชนิดใหม่  เช่น gabapentin, lamotrigine จัดอยู่ใน Pregnancy category C  อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเหล่านี้ในสตรีมีครรภ์เนื่องจากยังมีข้อมูลจำกัด
2. ความปลอดภัยของยากันชักแต่ละตัว ในหญิงตั้งครรภ์เป็นอย่างไร
ยา Pregnancy category ผลต่อเด็กในครรภ์
Phenobarbital D Phenobarbital สามารถมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารก
แม้ว่าจะมีการรายงานการกิดteratogenic effects แต่ก็ยังมีการใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคชักซึ่งเสี่ยงต่อการชักเพราะถ้าผู้ป่วยชักอาจทำให้ทารกขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตได้ ดังนั้นยา phenytoin ยังมีความจำเป็นในการใช้ แต่ควรใช้ที่ขนาดต่ำที่สุดที่ยังสามารถคุมอาการชักได้ และผู้ป่วยควรได้รับรู้ปัจจัยเสี่ยงนี้ ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับยา phenytoin พบว่าทำให้ทารกเกิด withdrawal symptoms, hyperirritability, respiratory depression, coagulation defect, Severe intracranial bleeding, phenobarbital-induced vitamin K deficiency ได้
 
Phenytoin D การใช้ phenytoin ในระหว่างตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ทารกเกิด major and minor congenital abnormalities ได้อย่างมีนัยสำคัญและอาจทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติขณะคลอด แต่อย่างไรก็ตามยังมีการใช้เนื่องจากหากหยุดใช้ยาและผู้ป่วยชักอาจทำให้ทารกขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรหยุดใช้ยา และควรควรใช้ที่ขนาดต่ำที่สุดที่ยังสามารถคุมอาการชักได้ เพื่อให้เกิดความเสี่ยงต่อทารกน้อยที่สุด
Carbamazepine D การใช้ carbamazepine ในระหว่างตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ทารกเกิด major and minor malformations รวมทั้ง Neural tube defects, cardiovascular and urinary tract defects, cleft patate, minor craniofacial defects, fingernail hypoplasia และ development delay แต่อย่างก็ตามไม่ควรหยุดยาเนื่องจากหากหยุดใช้ยาและผู้ป่วยชักอาจทำให้ทารกขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตได้ ประโยชน์จากการใช้ยายังมากกว่าโทษ
Valproic acid D การใช้ยา valproic acid จะทำให้เกิด teratogenic effect ได้แก่ Neural tube defectsbirth defect อื่นๆ เช่น craniofacial defect และ cardiovascular malformationผู้ทำการรักษาควรแจ้งแก่ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์เกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าว แต่อย่างก็ตามไม่ควรหยุดยาเนื่องจากหากหยุดใช้ยาและผู้ป่วยชักอาจทำให้ทารกขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตได้ ประโยชน์จากการใช้ยายังมากกว่าโทษ
Diazepam D ผลต่อทารกในครรภ์ที่มารดาใช้ยา diazepam ยังไม่ชัดเจน โดยมีบางการศึกษาพบว่าทำให้เกิด congenital defect แต่อย่างก็ตามไม่ควรหยุดยาเนื่องจากหากหยุดใช้ยาและผู้ป่วยชักอาจทำให้ทารกขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตได้ ประโยชน์จากการใช้ยายังมากกว่าโทษ
Lamotrigine C หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับ lamotrigine ระหว่างตั้งครรภ์ พบว่าทำให้เกิด major and minor malformation, oral cleft เมื่อใช้ร่วมกับ valproic acid แต่เมื่อใช้ lamotrigine เดี่ยวๆ พบว่าเกิดทารกที่เกิด major birth defect เพียง 12 ราย  (คิดเป็น 2.9%) เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่ายากันชักอื่นๆ
Topiramate C ผลการทดลองในสัตว์พบว่าเกิด teratoginic และยาสามารถผ่านทางรกและน้ำนมได้ แต่ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์
Levetirazepam C พบว่าทารกสัตว์ที่เกิดจากแม่ที่ได้รับ levetirazepam เกิด teratogenic effect แต่ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์
Oxcarbanazepine C พบว่าทารกสัตว์ที่เกิดจากแม่ที่ได้รับ oxcarbamazepine เกิด teratogenic effect แต่ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์
เอกสารอ้างอิง :
          1.      Briggs GG, Freeman RK, Yaffe. Drugs in pregnancy and lactation: a reference guide to fetal and neonatal risk. 8th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins; 2008.
2.       สมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคลมชัก สำหรับแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 4. ม.ป.ท.:2554.
3.      คู่มือการใช้ยาสำหรับบุคลากรสาธารณสุข  ของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) , 2549
ผู้ตอบ : pharmacist วันที่ตอบ : 2014-12-19
 
 
พัฒนาและปรับปรุงโดย ระบบเครือข่ายเภสัชสนเทศประชานาถ (Prachanath DIS Collaboration)
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ถนนราชมรรคาใน อ.เมือง จ.นครปฐม 73000 โทร 0-3427-3060
Copyright © 2012 Pharmacy Silpakorn University. All Rights Reserved.
หน่วยเครือข่ายเภสัชสนเทศ "ประชานาถ" คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร